ถ้าคุณกำลังมองหา AI Agent ที่ไม่ได้แค่ตอบแชท แต่สามารถทำงานเป็นทีมหลังบ้านจริง ๆ คลิปนี้ Jedi รีวิว Hermes Agent หลังใช้งานจริงประมาณ 2 สัปดาห์ และสรุปว่าทำไมตอนนี้ Hermes กลายเป็นระบบหลักที่เขาใช้แทน workflow เดิมหลายส่วน รวมถึงเหตุผลที่มองว่าเหนือกว่า OpenClaw ในแง่ความเสถียร ความยืดหยุ่น และการพัฒนาตัวเองจากการใช้งานจริง
ประเด็นสำคัญไม่ใช่แค่ “AI ตัวไหนเก่งกว่า” แต่คือระบบไหนช่วยให้เจ้าของธุรกิจสร้างทีม AI ที่ทำงานต่อเนื่องได้จริง ตั้งแต่การหา insight, สรุปอีเมล, ตรวจยอดขาย, เขียนคอนเทนต์ ไปจนถึงการจัดการ knowledge base ขององค์กร
Hermes Agent คืออะไร และทำไมถึงน่าสนใจ
Hermes Agent เป็น AI Agent จากทีม Nous Research ที่ออกแบบมาให้ติดตั้งและใช้งานผ่าน command line ได้คล้ายเครื่องมือ agentic รุ่นใหม่อย่าง OpenClaw แต่จุดที่ Jedi ชอบมากคือแนวคิดเรื่อง self-improving หรือการที่ระบบสามารถเรียนรู้จากการใช้งาน สร้าง skill เพิ่ม และปรับ workflow ให้ทำงานดีขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเราใช้มันมากขึ้น
สำหรับคนทำธุรกิจ สิ่งนี้สำคัญมาก เพราะ AI Agent ที่ดีไม่ควรเป็นเครื่องมือที่ต้องสั่งใหม่ทุกครั้ง แต่ควรค่อย ๆ กลายเป็นระบบปฏิบัติการส่วนตัวหรือทีมงานดิจิทัลที่เข้าใจบริบทของเรา ทำงานซ้ำได้ และสะสมความรู้ได้เหมือนพนักงานที่เก่งขึ้นตามเวลา
จุดต่างจาก OpenClaw: Reliability สำคัญกว่าความหวือหวา
หนึ่งใน pain point ที่ Jedi เจอจากระบบเดิมคือเมื่อมีการอัปเดตแล้ว server หรือ agent หลุด ทำให้ติดต่อทีม AI ไม่ได้ทันที ปัญหานี้ดูเหมือนเรื่องเทคนิคเล็ก ๆ แต่ถ้าเราเริ่มพึ่ง AI Agent เพื่อทำงานลูกค้า ทำคอนเทนต์ หรือ monitor ธุรกิจ ความไม่เสถียรแบบนี้จะ disrupt workflow ได้รุนแรงมาก
Hermes จึงน่าสนใจในฐานะระบบที่ Jedi รู้สึกว่าเชื่อถือได้มากขึ้น ทั้งในแง่การเชื่อมกับ Telegram การจัดทีม agent หลายบทบาท และการวางไฟล์ความรู้ผ่าน Obsidian หรือระบบเก็บข้อมูลที่ AI สามารถอ่านและเขียนได้ การมีฐานข้อมูลกลางแบบนี้ทำให้ AI ไม่ได้ทำงานแบบลอย ๆ แต่ทำงานบน context ของธุรกิจจริง
สร้างทีม AI Agent ตามบทบาท ไม่ใช่ใช้ AI ตัวเดียวทำทุกอย่าง
ตัวอย่างที่น่าสนใจในคลิปคือ Jedi ไม่ได้ใช้ AI Agent เพียงตัวเดียว แต่สร้างทีมที่มีหน้าที่เฉพาะ เช่น Kelly เป็น agent หลักสำหรับ brief งานประจำวัน, Signal คอยหาเทรนด์ AI และโพสต์ที่น่าสนใจจาก Twitter, Kaijeaw ช่วยเขียนคอนเทนต์ภาษาไทย, Qwen เป็น local model สำหรับงานบางประเภท และ agent อื่น ๆ สำหรับ newsletter หรือการจัดการข้อมูลเฉพาะทาง
แนวคิดนี้คือการเปลี่ยน AI จาก “ผู้ช่วยหนึ่งคน” ให้กลายเป็น ทีมงานเฉพาะทาง ที่แต่ละตัวมี SOP, memory, แหล่งข้อมูล และ output ที่ชัดเจน เจ้าของธุรกิจจึงสามารถเริ่มจากทีมเล็ก ๆ ก่อน แล้วค่อยขยายเป็นระบบที่ดูแลหลายฟังก์ชันพร้อมกันได้
Use Case จริง: Morning Brief, Trend Radar และ Content Engine
workflow ที่ Jedi ใช้จริงมีหลายแบบ เช่น ให้ Kelly สรุปอีเมลสำคัญใน inbox ตอนเช้าและสรุปยอดขายตอนเย็น เหมือนมีทีมแอดมินที่คอยรายงานสถานการณ์ธุรกิจทุกวัน โดยต้นทุนหลักคือ subscription และเวลาที่ใช้เซ็ตระบบให้ถูกต้อง
อีกตัวอย่างคือ Signal ที่ออกไปกวาดข่าว เทรนด์ AI และโพสต์ที่มีสัญญาณสำคัญ แล้วบันทึกข้อมูลลง Notion เพื่อให้ Jedi ใช้ต่อยอดเป็นคอนเทนต์ บทความ หรือไอเดียสำหรับวิดีโอ ส่วน Kaijeaw ถูกใช้เพื่อช่วยผลิตคอนเทนต์ภาษาไทยและส่งต่อเข้าระบบ scheduling ผ่าน API ของแพลตฟอร์มคอนเทนต์ที่เชื่อมหลายช่องทางได้
นี่คือจุดที่ AI Agent เริ่มสร้างมูลค่าจริง เพราะมันไม่ได้หยุดที่การตอบคำถาม แต่กลายเป็นระบบค้นหา จัดเก็บ สรุป เขียน และส่งต่องานให้ workflow ถัดไปโดยอัตโนมัติ
ก่อนเริ่มใช้ Hermes ต้องชัดเจนเรื่อง Data และ Output
คำแนะนำสำคัญที่สุดจากคลิปคืออย่าเริ่มจากการถามว่า “จะใช้เครื่องมืออะไรดี” แต่ให้เริ่มจากการ map ก่อนว่า data สำคัญของธุรกิจอยู่ที่ไหนบ้าง เช่น Google Sheet, ไฟล์บัญชี, inbox, CRM, โฟลเดอร์ในคอม หรือระบบของทีม จากนั้นค่อยกำหนด output ที่ต้องการให้ชัด เช่น daily brief, sales report, content ideas, competitor radar หรือ customer support summary
ถ้า output ไม่ชัด AI Agent จะกลายเป็นของเล่นตามกระแส แต่ถ้าเรารู้ว่าต้องการผลลัพธ์อะไร ระบบอย่าง Hermes จะช่วยประหยัดเวลา ลดงานซ้ำ และเพิ่ม leverage ให้เจ้าของธุรกิจได้อย่างมาก
สรุป: Hermes เหมาะกับใคร
Hermes Agent เหมาะกับคนที่มีพื้นฐานการใช้ AI หรือมีทีมเทคนิคช่วยตั้งระบบ และต้องการสร้าง AI operating system สำหรับธุรกิจจริง ไม่ใช่แค่ทดลอง prompt สนุก ๆ ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ ผู้บริหาร หรือครีเอเตอร์ที่ต้องตามข่าว ผลิตคอนเทนต์ ดูยอดขาย และจัดการข้อมูลหลายแหล่ง Hermes คือเครื่องมือที่ควรจับตาอย่างมาก
แต่ถ้ายังไม่ชัดว่าจะให้ AI ช่วยงานอะไร ควรเริ่มจากการออกแบบ workflow และเป้าหมายก่อน เพราะพลังของ AI Agent จะเกิดขึ้นจริงก็ต่อเมื่อเรารู้ว่าอยากให้มันรับผิดชอบงานไหน และวัดผลจาก output อะไร
ถ้าคุณอยากเรียนรู้วิธีสร้างระบบ AI Agent เพื่อใช้ในธุรกิจจริง สามารถติดตามคอนเทนต์ของ Jedi และทัก LINE OA ของ Limitless Club เพื่อเรียนรู้ใน Live Class และเวิร์กโฟลว์ที่นำไปใช้ได้ทันที