หลายคนที่ติดตามข่าว AI ช่วงนี้เริ่มเห็นกระแสการย้ายจาก Claude Cowork มาใช้ ChatGPT Codex มากขึ้น เพราะ Codex รุ่นใหม่ให้ความเร็ว ปริมาณการใช้งาน และความสามารถแบบ agentic ที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะสำหรับคนที่อยากให้ AI ช่วยทำงานจริงบนคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่แค่ตอบคำถามในแชท
คลิปนี้ Jedi ทำเป็นคู่มือเริ่มต้นแบบจับมือทำสำหรับมือใหม่ ตั้งแต่ภาพรวมฟีเจอร์เด่น ไปจนถึงตัวอย่างการใช้งานจริง เช่น สร้างรูป ทำไฟล์ Word/Excel/PowerPoint ควบคุม Browser เปิด Facebook เขียนโพสต์ สร้าง Landing Page และต่อยอดงานให้กลายเป็น Skill กับ Automation
ทำไม ChatGPT Codex ถึงน่าจับตา
จุดแรกที่ Jedi เน้นคือ Codex ไม่ได้เป็นแค่ coding assistant แต่กำลังกลายเป็นพื้นที่ทำงานรวมของ AI Agent ที่เชื่อมกับโมเดล ความสามารถด้านภาพ ไฟล์ Browser และเครื่องมือบนคอมพิวเตอร์ในที่เดียว ความต่างที่รู้สึกชัดคือความเร็วและปริมาณการใช้งาน โดยเฉพาะแพ็กเกจ Pro ที่ Jedi ทดลองแล้วพบว่าใช้ได้เยอะมากเมื่อเทียบกับประสบการณ์เดิมใน Claude Cowork
ในมุมของคนทำธุรกิจ ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าเครื่องมือไหน “ฉลาดกว่า” อย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่าเครื่องมือไหนช่วยลด friction ในงานจริงได้มากกว่า ถ้า AI สามารถเปิดแอป เข้าเว็บ กดปุ่ม สร้างเอกสาร และสรุปงานให้เราได้ใน workflow เดียว เวลาที่ประหยัดได้จะมากกว่าการให้ AI ช่วยเขียนข้อความทีละชิ้นอย่างเดียว
ฟีเจอร์เด่น: สร้างภาพได้ในตัว
ข้อได้เปรียบแรกของ Codex คือเป็นเครื่องมือของ ChatGPT จึงสามารถใช้ความสามารถด้าน image generation ของ OpenAI ได้โดยตรง ในคลิป Jedi ทดลองสั่งให้สร้างภาพรถไฟความเร็วสูงสไตล์ชินคันเซ็น แล้วใช้ภาพนั้นต่อยอดไปเป็นคอนเซปต์เว็บไซต์ได้ทันที
นี่คือรูปแบบการทำงานที่น่าสนใจมากสำหรับครีเอเตอร์ เจ้าของแบรนด์ และทีมการตลาด เพราะเราไม่จำเป็นต้องแยกงานเป็นหลายเครื่องมือ เช่น คิดไอเดียในที่หนึ่ง สร้างภาพอีกที่หนึ่ง แล้วค่อยย้ายไปให้ AI อีกตัวทำเว็บไซต์ต่อ ทุกอย่างสามารถเริ่มจากบทสนทนาเดียว แล้วให้ Codex สานต่อเป็นชิ้นงานได้เลย
Browser Use และ Computer Use: ให้ AI ลงมือทำบนหน้าจอ
อีกฟีเจอร์ที่ Jedi ตื่นเต้นมากคือ Browser Use และ Computer Use ซึ่งทำให้ Codex สามารถทำงานบน Browser หรือแม้แต่บนแอปในเครื่องได้ใกล้เคียงกับการมีผู้ช่วยมานั่งหน้าคอมแทนเรา ตัวอย่างที่เล่าในคลิปคือการให้ Codex เปิด LINE แล้วช่วยดูว่าข้อความไหนสำคัญและควรตอบก่อน
ในเดโม Jedi ยังสั่งให้ Codex เปิด Browser ไปที่ Facebook profile แล้วร่างโพสต์ “Hello World” ให้ดูสด ๆ ซึ่งเครื่องมือสามารถนำทาง กดปุ่ม เปิด composer และพิมพ์ข้อความได้จริง จุดนี้ทำให้เห็นภาพว่า AI Agent รุ่นใหม่อาจไม่จำเป็นต้องรอ API เสมอไป เพราะมันสามารถทำงานผ่านหน้าจอและเว็บแอปที่มนุษย์ใช้ทุกวันได้โดยตรง
อย่างไรก็ตาม งานที่เกี่ยวกับบัญชีส่วนตัว ข้อมูลลูกค้า หรือระบบหลังบ้านควรใช้ด้วยความระมัดระวัง ควรให้ AI ขอ confirmation ก่อนกดส่ง กดโพสต์ หรือทำ action ที่มีผลจริง โดยเฉพาะงานการเงิน การตอบลูกค้า และระบบที่มีข้อมูลสำคัญ
Chronicle: ให้ AI เรียนรู้ workflow ของเรา
Codex ยังมีฟีเจอร์อย่าง Chronicle ที่คอย capture บริบทการทำงานเพื่อช่วยให้ AI เข้าใจ workflow ของผู้ใช้มากขึ้น แนวคิดคือถ้า AI เห็นว่าเราทำงานอะไรซ้ำ ๆ มันจะช่วยเสนอวิธีทำให้เป็นระบบหรืออัตโนมัติได้ดีขึ้น
Jedi มองว่านี่เป็นเทคโนโลยีที่น่าตื่นเต้น แต่ก็เตือนในเชิงปฏิบัติว่าควรพิจารณาเรื่องความปลอดภัยและข้อมูลส่วนตัวด้วย ถ้าจะเปิดใช้ ควรใช้กับเครื่องหรือสภาพแวดล้อมที่ไม่มี sensitive data มากเกินไป และต้องเข้าใจว่าสิ่งที่ AI มองเห็นบนหน้าจออาจมีข้อมูลส่วนตัวปะปนอยู่เสมอ
เริ่มต้นใช้งาน Codex: Project, Model และความฉลาด
ในส่วนสาธิต Jedi พาเข้าเมนู New Chat แล้วเลือก Project หรือโฟลเดอร์ที่ต้องการให้ Codex ทำงานด้วย วิธีคิดคล้าย Claude Cowork คือเราสามารถชี้ให้ AI รู้ว่าไฟล์งานอยู่ตรงไหน จากนั้นเลือกโมเดล ระดับ reasoning และโหมดความเร็วให้เหมาะกับงาน
สำหรับงานที่ต้องการคุณภาพสูง Jedi มักเลือก reasoning ระดับสูงหรือ extra high และใช้โมเดล GPT รุ่นล่าสุด ส่วนโหมด Speed/Fast จะเหมาะกับคนที่ต้องการให้ AI ทำงานเร็วขึ้น แม้จะใช้ token มากกว่าเดิมก็ตาม ประเด็นสำคัญคือควรเลือกตามงาน ไม่ใช่ใช้โหมดหนักที่สุดกับทุกเรื่องเสมอไป
ตัวอย่างที่ Codex ทำได้ในคลิป
เพื่อให้เห็นภาพชัด Jedi ทดลองสั่งงานหลายแบบพร้อมกัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า Codex ไม่ได้จำกัดอยู่แค่งานโค้ด แต่ทำงานเอกสารและคอนเทนต์ได้หลากหลาย:
- สร้างภาพรถไฟความเร็วสูงสไตล์ญี่ปุ่นจาก prompt เดียว
- สร้างตัวอย่าง Word document, Excel sheet และ PowerPoint จาก mock data ของ solar farm ในประเทศไทย
- เปิด Browser ไปที่ Facebook profile และร่างโพสต์ให้
- นำภาพและคอนเซปต์ที่สร้างไว้ไปต่อยอดเป็น Landing Page HTML
- เปิด terminal ในตัวเพื่อรันคำสั่งหรือทำงานแบบ developer workflow ได้ทันที
สิ่งที่น่าสนใจคือ Codex สามารถสั่งงานหลายอย่างซ้อนกันได้ และมี panel แสดง progress ให้ดูว่าแต่ละงานกำลังทำอะไรอยู่ เหมาะกับงานที่ต้องแตกออกเป็นหลายชิ้น เช่น ทำคอนเซปต์ สร้างภาพ ทำเว็บไซต์ และเตรียมไฟล์ประกอบในรอบเดียว
จากงานครั้งเดียว สู่ Skill และ Automation
คำแนะนำที่สำคัญที่สุดในคลิปคือ อย่าหยุดแค่การให้ Codex ทำงานหนึ่งครั้งแล้วจบ เมื่อได้ผลลัพธ์ที่ต้องการแล้ว ควรให้ AI สรุปขั้นตอนออกมาเป็น Skill หรือ SOP ของกระบวนการนั้น
เมื่อมี Skill แล้ว รอบถัดไปเราสามารถเรียกใช้กระบวนการเดิมซ้ำได้ง่ายขึ้น เช่น workflow สำหรับสร้าง landing page, สรุป report, เตรียมไฟล์ presentation หรือเช็คข้อมูลรายวัน จากนั้นจึงต่อยอดไปเป็น Automation หรือ scheduled task ให้ AI ทำงานตามเวลาได้ เหมือนมี agent ที่ช่วยงานประจำ 24/7 ตราบใดที่เครื่องพร้อมทำงาน
Codex เทียบกับ Claude Cowork ในมุมใช้งานจริง
Jedi มองว่า Claude Cowork ยังมีจุดแข็งบางด้าน โดยเฉพาะงานออกแบบ UI/UX ที่ยังรู้สึกว่าทำได้ดี แต่ Codex มีข้อได้เปรียบด้านความเร็ว การรวมฟีเจอร์ไว้ในที่เดียว การจัดงานตาม project และความสามารถด้าน Browser/Computer Use ที่ใช้งานได้ลื่นกว่าในหลายกรณี
อีกจุดที่ Jedi ชอบคือ Codex จัดการ conversation ตาม project ได้ชัดเจน ทำให้คนที่ทำหลายโปรเจกต์พร้อมกันสามารถกลับไปตามงานเก่าได้ง่ายกว่า การแยกงานตามโปรเจกต์เป็นเรื่องเล็กที่ส่งผลใหญ่เมื่อเราเริ่มใช้ AI เป็นระบบปฏิบัติการของงานประจำวัน
บทสรุปสำหรับมือใหม่
ถ้าคุณเพิ่งเริ่มใช้ ChatGPT Codex ให้เริ่มจากงานง่าย ๆ ก่อน เช่น ให้ช่วยสร้างภาพ ทำเอกสารตัวอย่าง สร้างไฟล์ประกอบ หรือทำหน้าเว็บเล็ก ๆ จากคอนเซปต์เดียว จากนั้นค่อยเพิ่มความซับซ้อนด้วย Browser Use, Computer Use, Skill และ Automation
แก่นของคลิปนี้คือ Codex กำลังขยับจาก “AI ที่ช่วยคิด” ไปเป็น “AI ที่ช่วยลงมือทำ” และสำหรับเจ้าของธุรกิจหรือทีมเล็ก ๆ นี่คือโอกาสในการสร้างระบบงานที่เร็วขึ้น ถูกลง และทำซ้ำได้มากขึ้น ถ้าใช้อย่างมีโครงสร้างและระวังเรื่องความปลอดภัย Codex อาจกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือหลักของการทำงานยุค AI Agent ได้เลย