Jedi Trinupab พาคุณเจาะลึกฟีเจอร์เด่นของ ChatGPT Codex ที่เหนือกว่า Claude Cowork ช่วยยกระดับการทำงานและธุรกิจของคุณให้ก้าวกระโดดด้วย AI
ChatGPT Codex vs Claude Cowork: AI ตัวไหนตอบโจทย์ธุรกิจไทยมากกว่ากัน?
ในโลกของ AI ที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง การเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมสามารถสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจได้อย่างมหาศาล วันนี้ Jedi Trinupab จะพาคุณมาเจาะลึกการเปรียบเทียบระหว่าง ChatGPT Codex และ Claude Cowork สองแพลตฟอร์ม AI ทรงพลังที่กำลังเป็นที่จับตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการและผู้บริหารในประเทศไทย
ก่อนหน้านี้ OpenAI เคยสร้างความฮือฮาด้วยโปรเจกต์ ChatGPT Sora ที่ตั้งเป้าจะเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียพร้อมฟีเจอร์ Video Generation สุดล้ำ แต่ด้วยเหตุผลทางธุรกิจ โปรเจกต์ดังกล่าวก็ได้ถูกยกเลิกไป อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตามมาคือการเปิดตัว ChatGPT Codex ซึ่งผมมองว่าเป็น Super App ที่มีศักยภาพเหนือกว่า Claude Cowork ในหลายๆ ด้าน และในบทความนี้ ผมจะมาแบ่งปันว่าทำไม Codex ถึงน่าสนใจและมีอะไรที่แตกต่างบ้าง
Codex คือ Super App ที่มาพร้อม Web Browser ในตัว
ความแตกต่างแรกที่โดดเด่นของ ChatGPT Codex คือการมี Web Browser ในตัว ใช่แล้วครับ! คุณไม่จำเป็นต้องสลับไปมาระหว่างแอปพลิเคชันอีกต่อไป หากคุณเคยใช้แอปพลิเคชัน Atlas ของ ChatGPT มาก่อน คุณจะเข้าใจดีว่าการรวม Web Browser เข้ามาใน Codex นั้นสะดวกสบายแค่ไหน
- การจดจำ Session Login: เมื่อคุณล็อกอินเข้าสู่แพลตฟอร์มต่างๆ เช่น X.com, Shopee, TikTok หรือ YouTube ผ่าน Web Browser ใน Codex ระบบจะจดจำ session การล็อกอินของคุณ ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถสั่งให้ AI Agent หรือ Codex ทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มเหล่านี้ได้อย่างราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นระบบ ERP หรือ POS ที่ต้องเข้าถึงข้อมูลผ่านเว็บเบราว์เซอร์ Codex ก็พร้อมทำงานให้คุณได้ทันที นี่คือข้อได้เปรียบที่ Claude Cowork ไม่มี
Computer Use ใน Background: ทำงานแบบไม่รบกวน
อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ทำให้ Codex พิเศษคือความสามารถในการใช้ Computer Use ที่เหนือชั้นกว่า ยกตัวอย่างเช่น ผมสามารถสั่งให้ Codex เปิดแอปพลิเคชัน Line และอ่านข้อความทั้งหมด เพื่อบอกว่าข้อความไหนที่ผมต้องอ่านเป็นพิเศษ
- ทำงานเบื้องหลัง (In the Background): สิ่งที่แตกต่างจาก Claude Cowork คือ เมื่อ Codex ใช้ Computer Use มันจะทำงานใน Background โดยไม่รบกวนหน้าจอการทำงานหลักของคุณ ซึ่งต่างจาก Claude Cowork ที่จะควบคุมหน้าจอทั้งหมด ทำให้คุณไม่สามารถทำงานอื่นได้ในขณะนั้น การทำงานแบบไม่รบกวนนี้ช่วยให้คุณทำงาน Deep Work ได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ควบคุมหลายเครื่องด้วยมือถือเครื่องเดียว
Codex ยังมอบความยืดหยุ่นในการทำงานผ่านมือถือได้อย่างน่าทึ่ง เมื่อคุณเชื่อมโยง ChatGPT เข้ากับ Codex คุณจะสามารถควบคุมคอมพิวเตอร์ได้มากกว่า 1 เครื่องด้วยมือถือเพียงเครื่องเดียว
- Multi-Device Control: ผมสามารถใช้มือถือของผมควบคุม Codex ทั้งบน Mac Studio และ MacBook Pro ได้พร้อมกัน ทำให้ผมสามารถตรวจสอบ Tasks และ Projects ต่างๆ ที่สั่งงานไว้ได้อย่างชัดเจน ซึ่ง Claude Cowork ไม่สามารถทำได้ เนื่องจาก Dispatch ของ Cowork เป็นเพียง 1 Thread ยาวๆ เท่านั้น
Plugin และ Skill: Ecosystem ที่ยืดหยุ่นและครบวงจร
ใน Codex ทุกอย่างถูกรวมเรียกว่า Plugin ซึ่งครอบคลุมทั้ง Connector และ Plugin จริงๆ ที่อยู่ใน Cowork ที่มักจะแยกประเภทของ Skill และความรู้ต่างๆ ออกจากกัน
- การรวม Plugin: Codex มีการอัปเกรดและอัปเดต Plugin ต่างๆ มากมาย คุณสามารถเชื่อมต่อกับ Tools อย่าง Shopify, Canva และแอปพลิเคชันอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย แม้ว่าทั้งสองแพลตฟอร์มจะมี Plugin ที่แตกต่างกันไป แต่ Codex ก็พยายามรวมทุกอย่างไว้ในที่เดียวเพื่อความสะดวก
- Universal Skills: ข้อดีอีกอย่างคือ Skill ทุกอย่างที่คุณสร้างใน Claude Cowork, Claude Code หรือแพลตฟอร์มอื่นๆ สามารถนำมาติดตั้งใน Workspace ของ Codex ได้เลย ทำให้ทุกแพลตฟอร์มสามารถใช้ไฟล์ Skill เดียวกันได้ ซึ่งเป็นระบบที่เรียกว่า Universal
ความเร็วและประสิทธิภาพ: Fast Mode ที่เหนือกว่า
เมื่อกด New Chat ใน Codex คุณจะเห็นตัวเลือก Model และ Speed ที่แตกต่างกัน
- Fast Mode ที่เหนือกว่า: จากการทดลอง Fast Mode ของ Codex เร็วกว่า Claude Opus Fast ประมาณ 2-3 เท่า และที่สำคัญคือในแพ็กเกจ 200 เหรียญที่คุณจ่ายไปนั้น การใช้ Fast Mode ใน Codex จะใช้ Usage ของคุณเร็วขึ้น แต่ยังคงอยู่ในแพ็กเกจหลัก ต่างจาก Claude Cowork ที่คุณจะต้องจ่ายค่า extra usage เพิ่มเติมเพื่อใช้ Fast Mode ซึ่งยังไม่รวมอยู่ในแพ็กเกจหลัก
Codex: One-Stop Solution สำหรับทุกการทำงาน
ในขณะที่ Claude Cowork พยายามแบ่งเมนูเป็น Chat, Cowork และ Code เพื่อแยกประเภทงาน สำหรับนักพัฒนาและ Knowledge Worker แต่ ChatGPT Codex กลับรวมทุกอย่างไว้ในแอปพลิเคชันเดียว
- ไม่แบ่งแยกงาน: ไม่ว่าคุณจะเป็น Knowledge Worker หรือนักพัฒนาซอฟต์แวร์ คุณสามารถทำงานทุกอย่างได้ใน Codex ไม่ว่าจะเป็นการเขียนแอป, สร้าง PowerPoint, ทำ Excel, วิเคราะห์ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม E-commerce, สร้าง Landing Page, Dashboard, สรุปข้อมูล, ส่งอีเมล หรือแม้แต่เขียน Content
- Image Generation ในตัว: Codex ยังมี Skill ที่ชื่อว่า Image Gen ซึ่งใช้สมองของ ChatGPT ในการสร้างรูปภาพได้ภายในตัว ต่างจาก Claude Cowork ที่ยังไม่มีความสามารถนี้ ทำให้คุณต้องใช้ Connector อย่าง Hixfield เพิ่มเติมหากต้องการสร้างรูปภาพ
การจัดการ Task และ Layout ที่เหนือกว่า
ผมรู้สึกว่า Scheduled Task ของ Codex ทำงานได้รวดเร็ว แม่นยำ และละเอียดกว่า ผมไม่รู้สึกกังวลว่างานจะไม่เสร็จ ซึ่งต่างจาก Claude Cowork ที่ผมมักจะกังวลเรื่อง Token Usage อยู่เสมอ
- Layout และ Grouping ที่ยืดหยุ่น: การจัดวาง Layout ด้านข้างของ Codex ทำได้ง่ายกว่าและเป็นระเบียบกว่า Claude Cowork ที่บางครั้งอาจดูเยอะและสับสน การจัดกลุ่มงานตาม Project และการ Sort ข้อมูลใน Codex ก็ทำได้ดีกว่า ทำให้คุณสามารถหางานได้อย่างง่ายดาย
สรุป: เลือก AI ที่ใช่สำหรับธุรกิจของคุณ
สุดท้ายแล้ว การเลือก AI ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับลักษณะงานและสไตล์การทำงานของคุณ สำหรับบางคนที่ทำงานด้าน Dev อาจจะชอบ Codex มากกว่า แต่สำหรับคนที่ทำงานด้าน Content, การเขียน หรือแม้แต่การเงิน หลายคนก็อาจจะชอบ Claude มากกว่า เพราะรู้สึกว่าภาษาที่ใช้มีความเป็นมนุษย์มากกว่า และละเอียดกว่าในการตรวจสอบตัวเลข
ส่วนตัวผมใช้ทั้งสองแพลตฟอร์ม โดยแบ่งให้ ChatGPT Codex เป็นสมองหลักที่ทีมของผมใช้ในการทำงานหนักๆ และผมเองก็ใช้ Claude Cowork สำหรับงานหลักของตัวเอง เพื่อให้การบริหารจัดการ Usage เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
หากคุณเป็นผู้ประกอบการหรือผู้บริหารที่กำลังมองหาเครื่องมือ AI ที่จะช่วยยกระดับธุรกิจของคุณให้ก้าวไปอีกขั้น ChatGPT Codex มีฟีเจอร์ที่น่าสนใจและเหนือกว่าในหลายๆ ด้าน ที่คุณไม่ควรมองข้าม
ยกระดับธุรกิจของคุณด้วย AI: เข้าร่วม Limitless Club!
ความเข้าใจในเครื่องมือ AI ที่ทันสมัยเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในยุคดิจิทัล หากคุณต้องการเรียนรู้การใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับธุรกิจของคุณ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Limitless Club กับ Jedi Trinupab เพื่อปลดล็อกศักยภาพสูงสุดของ AI ในธุรกิจของคุณ