เรียนรู้วิธีใช้ AI Agent เพื่อขยายทีมอย่างมีประสิทธิภาพ ลดภาระงาน และเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจของคุณ ด้วยแนวคิดจากโค้ชระดับหมื่นล้าน
ในฐานะผู้ประกอบการและเจ้าของธุรกิจ คุณคงทราบดีว่าหลายครั้งในการดำเนินธุรกิจ เรามักรู้สึกติดขัด หรือต้องการจะเติบโตไปอีกระดับหนึ่ง แต่กลับเหมือนมีบางสิ่งขาดหายไป หากเป็นยุคก่อนหน้า คุณพ่อคุณแม่ของเรามักจะนึกถึงสิ่งแรกที่ต้องทำคืออะไรครับ? ใช่ครับ คือการจ้างคนเพิ่ม แต่ในวันนี้ ก่อนที่คุณจะจ้างทีมงานคนต่อไป ผมขอท้าทายให้คุณดูคลิปนี้ให้จบก่อน เพราะในบทความนี้ ผมจะมาสอนวิธีการจ้างคนที่ถูกต้อง ซึ่งผมได้เรียนรู้มาจากโค้ชระดับหมื่นล้านของผม คุณ Dan Mel และจะสอนวิธีที่คุณจะสร้าง 3 ตำแหน่งง่ายๆ ด้วย CL Cork นั่นเองครับ ถ้าพร้อมแล้ว เรามาลุยกันเลยครับ
ก่อนอื่น ผมอยากจะเล่าประสบการณ์ของตัวเองให้ทุกคนฟังเล็กน้อย เพื่อให้เห็นว่าผมเข้าใจหัวใจของผู้ประกอบการมากเพียงใด ในอีกชีวิตหนึ่ง ผมเคยเป็น CEO ของบริษัท Creatus Corporation ซึ่งดูแลสถาบันการเงิน ลูกค้าที่เป็นรัฐวิสาหกิจและภาคเอกชนกว่าหมื่นรายทั่วประเทศไทย และในตอนนั้น ผมมีทีมงานมากที่สุดถึง 160 คน ผมจำได้ว่าตอนที่ผมเริ่มเข้ามาช่วยงานที่บ้าน สิ่งแรกที่คุณแม่ถามผมคือ 'เจได ลูกน่าจะมีเลขานะ' ผมก็แบบ 'ฮะ! ทำไมต้องมีเลขา ในเมื่อเรายังเด็ก เรายังหนุ่ม เรายังมีพลัง เราไฟแรงมาก เรายังสามารถทำนู่นทำนี่เองได้เยอะแยะ เรามี Energy ล้นมาก' คล้ายๆ กับตอนนี้ครับ แต่ลองคิดดูสิครับว่าตอนที่ผมอายุ 20 ต้นๆ ผมล้นมากกว่านี้อีกประมาณ 10-20 เท่า ประเด็นคือ ผมไม่เคยเข้าใจคุณแม่ว่าทำไมต้องมีเลขา จนกระทั่งผมได้เข้าใจหลักการนี้จากคุณ Dan
นอกจากนี้ ในระหว่างการทำงานของผม มีหลายจุดที่ผมจ้างทั้ง CMO, CEO และตำแหน่งอื่นๆ อีกหลายล้านบาท ผมต้องบอกว่าผมผิดหวังกับเกือบทุกคนเลยครับ แต่ผมมาค้นพบอย่างหนึ่งว่า ปัญหามันไม่ใช่ตัวคนเหล่านั้นครับ ปัญหามันจริงๆ แล้วคือตัวผมเอง และวิธีการที่เราจ้าง หรือการหาทีม หรือการขยายทีมเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายของเรานั่นเอง ผมบอกเลยว่าถ้าผมรู้เคล็ดลับนี้ก่อนที่จะจ้างพี่ๆ เหล่านั้น เราน่าจะมีโอกาสที่จะไปได้ไกลมากกว่านี้ครับ ผมจึงถือโอกาสอยากจะแชร์บทเรียนนี้ให้กับตัวเองในวัย 20 ต้นๆ และ 30 ต้นๆ ที่ยังไม่มีประสบการณ์มากนัก และหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ทุกคนที่อ่านบทความนี้ด้วยเช่นกันครับ
The Replacement Ladder: บันไดสู่การเติบโตของธุรกิจ
เอาล่ะครับ ถ้าพร้อมแล้ว ผมจะพามารู้จัก Concept ที่โค้ชของผม คุณ Dan Morel เขาเรียกว่า The Replacement Ladder ครับ เขาบอกว่าพวกเราที่เป็นเจ้าของธุรกิจทุกคน หลายครั้งพอเราอยากจะจ้างคนแล้วเรามักติดขัดอยู่ 2 เรื่องครับ หนึ่งคือเรื่องเงิน สองคือติดขัดเรื่องของความรู้ หรือการไม่รู้เท่าทันที่ทำให้เราผิดพลาด และสุดท้ายต้องเสียเงินเสียเวลา จนสุดท้ายไปไม่ถึงเป้าหมายสักที เขาจึงคิดค้นหลักการนี้ขึ้นมาเพื่อสอนผู้ประกอบการทุกคนที่กำลังจะเติบโตในรายได้ ในยอดขาย และในกำไรด้วยเช่นกันครับ
มาดูภาพนี้กันครับ The Replacement Ladder มาลุยกันเลยครับ
ขั้นที่ 1: Admin (เลขา)
ขั้นแรกของการจ้างทีมงานในขณะที่เรายังเป็น Startup และกำลังจะโตไปสู่ระดับต่อไป คุณ Dan บอกว่าจริงๆ แล้วเราควรจะเริ่มที่ระดับที่เรียกว่า Admin ครับ ตอนที่ผมผิดพลาดคือผมข้ามไปสู่ขั้นสุดท้าย ซึ่งอยู่บนสุด เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังว่ามันคืออะไร และสุดท้ายก็เจ็บตัว เพราะคนที่อยู่ด้านบนสุดนั้นมักจะค่าตัวแพงที่สุด
การจ้าง Admin ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า Admin แค่มาตอบลูกค้าของเราผ่าน Facebook หรือ Line OA นะครับ แต่คำว่า Admin จริงๆ แล้วคือคำว่า เลขา (Executive Assistant) ที่จะมาช่วยเรา 2 อย่างหลักๆ ครับ นั่นก็คือ Inbox หรืออีเมลของเรา ง่ายๆ คือ Incoming Message ของเราทั้งหมด ทั้งจากลูกค้า คู่ค้า Partner และ Supplier ต่างๆ รวมถึง ตารางนัด ของเราครับ สองอย่างนี้คือสิ่งที่คนๆ นี้จะต้องมา Handle ให้กับเรา
ข่าวดีคือ ในตำแหน่ง Admin นี้ เมื่อก่อนจะต้องเป็นคน แต่เดี๋ยวนี้ด้วย AI เราสามารถสร้างลูกน้อง AI มาทดแทนตำแหน่งนี้ได้เรียบร้อยแล้วครับ
ขั้นที่ 2: Delivery (ผู้ส่งมอบ)
หลังจากนั้น ขั้นต่อไปใน Replacement Ladder คือตำแหน่งที่เรียกว่า Delivery ครับ คำว่า Delivery ไม่ใช่ส่ง Grab หรือ Line Man นะครับ แต่เป็นคนที่มาช่วย Handle 2 อย่างหลักๆ เพื่อมาช่วย Offload งานของเรา นั่นคือ Onboarding และ Support ลูกค้า
- Onboarding: สมมติว่าเราขายสินค้า คนนี้มีหน้าที่ช่วยเราแพ็คส่งสินค้า ติดตามขนส่ง ช่วยเช็คว่าลูกค้าได้รับของหรือยัง ถ้าเราเป็น Agency ที่มี Service ก็คือจะมีทีมงานที่มาช่วยเรานำหลักการ นำ Framework ของเรามาทำให้ลูกค้าได้ผลลัพธ์ตามที่เขาต้องการ ตามสิ่งที่เราสัญญากับลูกค้าไว้
ข่าวดีสำหรับเพื่อนๆ ผู้ประกอบการทุกคนก็คือ สิ่งนี้ AI ก็สามารถทำได้แล้วด้วยเช่นกันครับ ดังนั้นไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมจะสอนให้ว่าต้อง Setup อย่างไรบ้าง นี่คือตำแหน่งที่ 2 ครับ
ขั้นที่ 3: Marketing (การตลาด)
ส่วนตำแหน่งที่ 3 คือ Marketing ครับ การตลาดนั้นก็ตรงตามชื่อเลยครับ คือมีหน้าที่ที่จะช่วยทำให้แบรนด์ของเรามีคนเห็นมากขึ้น ซึ่งคนที่จะมาอยู่ในตำแหน่งนี้จะต้อง Incharge หรือ Take Ownership กับสิ่งที่เรียกว่า Campaigns และ Drive Traffic หรือ Drive ลูกค้าให้คนมาที่แบรนด์ของเราให้มากที่สุด
ข่าวดีครับ คือตอนนี้ AI ก็สามารถทำ Marketing ได้ดีมากๆ แล้วด้วยเช่นกัน ยิ่งโดยเฉพาะถ้าหากว่าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจที่เข้าใจลูกค้าคุณดีแล้ว คุณรู้แล้วว่า Content แบบไหนที่ลูกค้าคุณอยากฟัง หรืออยากได้จากคุณ รวมถึง Message แบบไหนที่จะมัดใจลูกค้าของคุณได้
ขั้นที่ 4: Sales (การขาย)
จาก Marketing แล้วเสร็จ ค่อยไปที่ตำแหน่งสุดท้าย ตำแหน่งที่ 4 ใน Replacement Ladder นั่นคือตำแหน่งที่เรียกว่า Sales ครับ ตอนนี้ผมกล้าบอกเลยว่ายังไม่มี AI ตัวไหนที่เก่งขนาดนั้น ที่สามารถปิดการขายแทนคนได้จริงๆ
แต่แน่นอน ถ้าเราเป็น Product ที่อาจจะไม่ได้ราคาสูงมาก สามารถมี Chatbot ที่จะมาช่วยปิดการขายได้ โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นคนที่ขาย Product จากพวก FMCG ต่างๆ หรือ Product ชิ้นเล็กๆ ที่ให้ลูกค้ากดเลือกง่ายๆ แล้วก็ปิดการขายได้เลย อันนี้มี Chatbot ที่สามารถช่วยคุณได้แล้ว ทางผมกับทีมงานเองก็สร้าง Chatbot พวกนี้เพื่อช่วยลูกค้าเรา และใช้กันเองด้วยเช่นกันครับ ใช้งานได้ดีเลย
แต่ถ้าคุณขายการให้บริการแบบ High Service ที่หลักแสนหลักล้านขึ้นไป แน่นอนครับ ยังไงตัวเจ้าของเอง โดยเฉพาะถ้าคุณเป็น Startup เจ้าของควรจะยังเป็นคน Handle เรื่องของการขายเป็นหลัก และเป็น Customer Facing หลักๆ กับลูกค้าของคุณครับ และนี่ก็เป็นหนึ่งในงานขายของผมด้วยเช่นกันสำหรับองค์กรของผมใน Limitless Club ครับ
ขั้นที่ 5: Leadership (ผู้นำ)
และสุดท้าย ตำแหน่งสุดท้ายนั่นคือ Leadership ครับ หรือว่าผู้นำ เหมือนที่ผมเล่าไปก่อนหน้านี้ ตอนที่ผมเข้ามาช่วยธุรกิจของคุณพ่อคุณแม่ช่วงแรก ผมข้าม Admin แล้วผมก็ไปจ้าง Leader เลย ประเด็นคืออย่างนี้ครับ ถ้าเราเป็นผู้นำที่ยังไม่ค่อยเข้าใจการทำธุรกิจมากเท่าไหร่ เพราะเราคิดว่าเราเก่ง เรารู้ เราก็นึกว่าเราสามารถจะไปซื้อคนเก่งๆ แล้วมาช่วยเราทำได้เลย มันก็จริงส่วนหนึ่งครับ แต่มันจริงเพียงแค่ครึ่งเดียว เพราะสุดท้ายแล้ว The Capacity of Our Leadership ก็ยังเป็นตัวคอขวดอยู่ดี หรือว่าศักยภาพในตัวเราที่จะเป็นผู้นำที่ดี ที่จะมี Guideline ที่ดี ที่มี KPI ชัดเจน มี OKR ชัดเจนให้กับผู้บริหารที่จะมา join ทีมเรานั้น สุดท้ายถ้าเราไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอ เราไม่มีความรู้ เราขาดประสบการณ์ สุดท้ายผู้นำที่มา join ทีมเราก็จะไม่สามารถ Perform ได้ตามที่เราต้องการอยู่ดี
และก็เหมือนกับที่เกิดขึ้นกับผม คือสุดท้ายผมก็ผิดหวัง เพราะผมมาค้นพบทีหลังว่ามันก็คือผมนั่นเองแหละที่ผิดเอง ที่อาจจะยังไม่เข้าใจเกมเพียงพอ ที่ยังไม่เข้าใจว่าเราควรจะให้บทบาทเขาอย่างไรบ้าง ควรจะ Offload อะไรให้กับเขาบ้าง เพราะตอนนั้นเราพยายามจะเป็นคนถือทุกอย่าง ทั้ง 5 ตำแหน่งนี้อยู่ในตัวเราเอง เราจะทั้งไปตอบอีเมลเอง ทำตารางนัดเอง พยายามทำสไลด์เอง ทำทุกอย่างเองหมด ทำการตลาดเอง ทำขายเองด้วย แล้วก็พยายามจะนำทีมเองด้วยครับ
ถ้าผมย้อนเวลากลับไป ผมคงจะเชื่อคุณแม่ผมว่าผมน่าจะตัดสินใจที่จะเข้าใจเรื่องหลักการการ Offload งาน Basic ง่ายๆ ให้เลขาจัดการให้หมด เพื่อที่ผมจะได้มี Mental Capacity หรือมีเวลาเพียงพอที่จะทำด้านอื่นๆ โดยเฉพาะการขายและการนำทีม รวมถึงด้านการตลาดด้วยเช่นกัน สำหรับผม ผมอยากจะแนะนำให้เพื่อนๆ ถ้าเรากำลังเพิ่งเริ่มต้นธุรกิจ แล้วเรากำลังรู้สึกว่าเรายังไม่ถึงยอดแบบร้อยล้านพันล้าน ค่อยๆ เริ่มลองเอา Admin ซึ่ง Admin นั้นเราจะมาใช้ AI นั่นก็คือ CL Cork นะครับ
สร้าง AI Agent 3 ตำแหน่งด้วย CL Cork
เอาล่ะครับ มาที่หน้า CL Cork ของเราเรียบร้อยแล้ว ถ้าเพื่อนๆ ยังไม่คุ้นเคย ก็แนะนำกลับไปดูคลิปก่อนๆ หน้าในช่องของผมได้เรื่องของวิธีการใช้งาน CL Cork นะครับ ผมมี Tutorial มี Full Guide ไว้เต็มไปหมดเลยในช่อง ลองย้อนกลับไปดูได้นะครับ
สิ่งแรกที่เราจะทำครับ คือเราจะมาตั้ง Project กันครับ เราจะไปที่ Project แล้วเราจะไปกด New Project ครับ New Project แล้วผมจะไปกด Use an existing folder นะครับ แล้วผมก็จะไปเลือกแฟ้มงานที่อยู่บน Desktop ของผมเลยนะครับ แล้วผมจะตั้งแฟ้มงานมาใหม่นะครับ เรียกว่า YouTube Demo แล้วกัน แล้วก็ข้างในนี้ผมจะตั้งตำแหน่งแรกครับ นั่นคือ Admin แล้วก็กด Open ครับ แล้วก็กด Create Project ครับ
พอสร้างตำแหน่ง Admin เรายังไม่ไปต่อนะครับ เราจะมาสร้างให้ครบทุกๆ ตำแหน่งเลยนะครับ จะได้เสร็จเรียบร้อยทีเดียวในทุกๆ ตำแหน่ง Admin แล้วก็ Choose an existing folder นะครับ ไปที่ Desktop YouTube Demo แล้วก็เปิดตำแหน่งอีกอันหนึ่งครับ Delivery แล้วก็กด Create นะครับ แล้วก็ Create Project แล้วก็ไปที่ Project ที่ 3 Create New Project Use an existing folder ตัว Delivery แล้ว และก็อันสุดท้ายก็คือตัว Marketing ครับ
เอาล่ะครับ ตอนนี้สร้างครบ 3 ตำแหน่งเรียบร้อยแล้วนะครับใน CL Cork ของเรานะครับ มี Admin, Delivery และ Marketing ครับ
ตำแหน่งที่ 1: Admin AI Agent
อย่างแรกเลยนะครับที่เราจะต้องทำเพื่อให้ Admin ของเรานั้นทำอะไรครับ เพื่อนๆ จำในสไลด์ได้ไหม มี 2 อย่างที่เขาต้อง Handle ใช่ไหมครับ มี Inbox และก็ Calendar คราวนี้ส่วนตัวผมเองนั้น ผมใช้ Gmail และก็ Google Calendar อยู่ทั้งหมดเลยนะครับ ดังนั้นสิ่งที่เราจะทำนะครับ ก็คืออย่างแรกคือเราจะไป Connect ครับ ก็คือไปให้ลูกน้อง AI ของเรานั้นเข้าถึง Tool ที่เราใช้อยู่ได้ นั่นคือ Gmail และก็ตารางนัดของเรา ไปที่ปุ่ม Customize นะครับ แล้วก็ไปที่เมนู Connectors แล้วก็ถ้าเพื่อนๆ ยังไม่ได้ Connect Gmail กับ Google Calendar ของเพื่อนๆ ไว้ก็ Connect ได้เลยนะครับ ของผมมีตัว Gmail และก็ Calendar เรียบร้อยแล้วนะครับ เพิ่มไว้เรียบร้อยแล้ว
แล้วก็จะกลับไปที่เมนู Admin ครับ พอไปที่เมนู Admin เสร็จแล้วสำหรับผม ผมไม่ชอบให้ CL Cork มันถามผมเยอะนะครับ ผมก็เลยจะไปใช้ Act without asking เสร็จแล้วในหน้าจอนี้ ก่อนที่ผมจะไปต่อ ผมจะไปใส่ Instructions ตรงนี้
และถ้าใครอยากได้ Instructions แบบเชิงลึกทั้งหมด 3 ตำแหน่งนี้ พิมพ์คำว่า Ladder เข้ามาใน Line OA ของเรานะครับ กดลิงก์ด้านล่างคลิปนี้ได้เลย แล้วเดี๋ยวผมส่งไปให้นะครับ แต่ในตัวอย่างใน YouTube ผมจะใส่คร่าวๆ ก่อนนะครับว่า:
'คุณคือ Executive Assistant ของผม คุณมีหน้าที่ Handle Calendar และ Gmail ของผม ช่วยทำหน้าที่เพื่อ Offload งานจุกจิกออกจากผมให้หมด'
ทำไมต้องใช้คำว่า Executive Assistant ครับ Executive Assistant เพราะว่าอย่างนี้ครับ นักธุรกิจหมื่นล้านอย่างคุณ Dan เขาจะมีสิ่งที่เขาเรียกว่า EA หรือ Executive Assistant 1 คนที่ Handle ชีวิตของเขาทั้งหมดเลย แล้วหน้าที่ของคุณ Dan ก็คือแค่เปิดตารางนัดของเขามา แล้วก็ทำตามสิ่งที่ตารางนัดเขาบอก เรื่องอื่นๆ เลขาของคุณ Dan นั้นเป็นคน Handle ทั้งหมดเลย แล้วถ้ามีอะไรที่ EA จัดการไม่ได้ เขาก็จะมาถามคุณ Dan ครับว่าต้องทำอย่างไรบ้าง
คราวนี้ผมอยากจะท้าทายเพื่อนๆ อย่างนี้ครับ ไม่ว่าคุณจะอยู่ใน Stage ไหนของการทำธุรกิจก็ตาม ผมอยากจะให้คุณเริ่มสังเกตตัวเองหน่อย เริ่มสร้างสิ่งที่เรียกว่า Personal Preference หรือความชอบของตัวเองส่วนตัวง่ายๆ เหมือนเป็น Handbook ของตัวเองครับว่าตัวเองชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ต้องการให้ตอบแบบไหน สิ่งที่คุณจะโอเคด้วยและไม่โอเคด้วย การประชุมแบบไหนที่คุณพร้อมจะ Say Yes เสมอ การประชุมแบบไหนที่คุณไม่พร้อมจะ Say No จุดยืนของคุณคืออะไร
คุณ Dan เขามีเป็นเอกสารประมาณ 40-50 หน้าเลยนะครับ ที่บอกเหมือนกับเป็น Handbook เขาเลยว่าในการทำงานกับเขา ต้องทำงานแบบไหนบ้าง มีการพูดจาแบบไหนที่เขาต้องการ ถ้ามีคนอีเมลมาหาเขาแบบนี้ ให้ EA ตอบแบบนี้ ถ้าหากทางลูกค้าตอบมาแบบนี้ ให้ตอบแบบนั้น คือแบบมันละเอียดมากๆ ซึ่งผมจะบอกให้เลยว่าหลายคนยังไม่ละเอียดกับตัวเองขนาดนั้นเลยนะครับ ดังนั้นท้าทายนะครับ แทนที่จะเอาเวลาไปนั่งดู TikTok ดูอะไรที่มันไร้สาระนะครับ ใช้เวลาทำ Personal Preference ของตัวเองนิดนึง เพราะว่าเมื่อเรามีไฟล์นี้ครับ ข้อดีคือพอเรามี CL Cork มาช่วยงาน คุณสามารถเอาไฟล์นี้ให้กับ CL Cork เหมือนกับคู่มือ Instruction Manual เลยครับ
สรุปและก้าวต่อไป
การใช้ AI Agent ไม่ได้เป็นเพียงแค่การนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่เป็นการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการบริหารจัดการทีมและธุรกิจของคุณอย่างยั่งยืน ด้วยแนวคิด The Replacement Ladder คุณสามารถเริ่มต้นจากการ Offload งานพื้นฐานอย่าง Admin, Delivery และ Marketing ด้วย AI เพื่อให้คุณมีเวลาและพลังงานไปโฟกัสกับงานเชิงกลยุทธ์ การขาย และการเป็นผู้นำอย่างแท้จริง
อย่ารอช้าที่จะเริ่มต้นสร้างทีม AI Agent ของคุณเอง เพื่อปลดล็อกศักยภาพสูงสุดของธุรกิจคุณ หากคุณพร้อมที่จะเรียนรู้และก้าวไปอีกขั้นกับ AI ในโลกธุรกิจ ผมขอเชิญชวนคุณเข้าร่วม Limitless Club เพื่อเรียนรู้กลยุทธ์และเครื่องมือ AI ล่าสุด ที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตอย่างไร้ขีดจำกัดครับ